Display mode (Doesn't show in master page preview)

11 มิถุนายน 2569

Econ Digest

มาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย ซ้ำเติมการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งไทย คาดปี 2569 หดตัว 2.0%

คะแนนเฉลี่ย
  • มาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทยเป็นการชั่วคราว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วยและกุ้งน้ำเงิน มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าและการยกระดับความปลอดภัยด้านอาหารแห่งชาติ
  • ปัจจุบันมาเลเซียเป็นตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งอันดับ 11 ของไทย มีส่วนแบ่งตลาดราว 1% ของการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งไทยไปตลาดโลก โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง (สัดส่วน 97%) ที่เหลืออีก 3% คือกุ้งแปรรูป (รวมกุ้งกระป๋อง)
  • แม้ตลาดมาเลเซียมีสัดส่วนน้อย แต่เรื่องนี้ก็เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันภาพรวมการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งของไทย จากเดิมที่เผชิญความท้าทายจากคำสั่งซื้อของคู่ค้าที่ชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้ การที่มาเลเซียระงับการนำเข้า นอกจากจะส่งผลให้การส่งออกกุ้งของไทยไปยังมาเลเซียในปีนี้มีแนวโน้มหดตัว ยังทำให้ปริมาณที่เดิมวางแผนจะส่งออกไปมาเลเซียต้องหาแหล่งระบายทดแทน รวมถึงเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อราคากุ้งหน้าฟาร์ม  
  • ติดตามการดำเนินการของภาครัฐ ซึ่งจะมีผลต่อกรอบเวลาของผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซีย รวมถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการ
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปี 2569 มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งของไทยอาจอยู่ที่ 1,226 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หดตัว 2.0% YoY โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ากุ้งกระป๋อง 
  • ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวด้วยการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าคุณภาพ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ เพื่อรับมือกับหลายประเด็นที่มีผลต่อแนวโน้มการส่งออกกุ้งไทยไปตลาดโลก ได้แก่ 
-   การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทำให้ไทยยังคงเสียเปรียบคู่แข่งอย่าง อินเดีย เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย ที่ราคากุ้งของไทยเฉลี่ยยังสูงคู่แข่งราว 20-60%
-   ต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะราคาอาหารกุ้งอย่างปลาป่นที่ปรับขึ้นกว่า 30% เทียบกับต้นปี และค่าใช้จ่ายในการจัดการ/ ควบคุมโรคระบาด 
-   กฎระเบียบการค้าโลกที่เข้มงวด เช่น มาตรการ AD/CVD ของสหรัฐฯ มาตรการด้าน ESG ของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะมาตรฐานการผลิตที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค อาทิ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน (Aquaculture Stewardship Council: ASC) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบ (Best Aquaculture Practices: BAP)

Scan QR Code


QR Code

หมายเหตุ

รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

Econ Digest