Display mode (Doesn't show in master page preview)

15 มีนาคม 2556

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ปีงูเล็ก...ปีทองก่อสร้างไทย แต่ยังต้องเผชิญกับวิกฤติแรงงาน (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2335)

คะแนนเฉลี่ย

อุตสาหกรรมก่อสร้างในปีมังกรที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่เติบโตสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งแบ่งเป็น การก่อสร้างของภาคเอกชนและภาครัฐ เท่ากับ 431,307 ล้านบาท และ 496,633 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 927,940 ล้านบาท (ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 จากเดิมปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 1.6) ด้วยผลจากการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่เสียหายจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 เป็นหลัก กอปรกับการก่อสร้างของภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อย่างไรก็ดี การก่อสร้างโดยภาครัฐที่เน้นลงทุนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน มีส่วนทำให้เกิดการพัฒนาเมืองและความเจริญในพื้นที่ ซึ่งเป็นเหตุให้ประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐานเพื่ออยู่อาศัย หรือทำงานมากขึ้น

จึงชี้ให้เห็นว่า โครงการก่อสร้างภาครัฐนั้น มีบทบาทสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างโดยรวมขยายตัว ทั้งนี้ แผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในปีนี้ มีอยู่ 2 กลุ่ม ภายใต้กฎหมายพิเศษ คือ (1) แผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามพรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 ด้วยกรอบวงเงิน 350,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนที่กลุ่มบริษัทที่ได้รับคัดเลือกเตรียมเสนอร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR) โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความก้าวหน้าโครงการก่อสร้าง ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และ (2) แผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว 7 ปี (ช่วง 2556-2563) ด้วยกรอบวงเงินลงทุน 2,270,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนที่ภาครัฐกำลังจะออก พรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ พ.ศ..... ฉะนั้น การลงทุนที่จะเริ่มก่อสร้างจริงภายในปีนี้จากแผนการลงทุนในส่วนนี้อาจยังมีน้อย

ด้วยผลจากการก่อสร้างโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งกรณีที่เป็นโครงการที่ต่อเนื่องจากปีก่อน และโครงการที่จะเปิดประมูลในปีนี้ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (วงเงิน 80,000 ล้านบาท) บวกกับการขยายตัวของการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชน นับเป็นแรงผลักดันสำคัญให้อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยจะยังคงเติบโต โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2556 มูลค่าก่อสร้างของไทย จะเติบโตเพิ่มขึ้น ราวร้อยละ 10.5 - 12.9 คิดเป็นมูลค่า 1,025,000 – 1,047,500 ล้านบาท (จากเดิมปีที่ผ่านมาขยายตัวร้อยละ 12.8) แบ่งออกเป็นการก่อสร้างของภาครัฐและเอกชนในสัดส่วน 45:55)

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการอาจต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานและการเพิ่มขึ้นของต้นทุน ทั้งค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำและค่าวัสดุก่อสร้าง ซึ่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 3 ซึ่งเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับปีก่อน ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นจังหวะและช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะนำวิธีการก่อสร้างสำเร็จรูป (Pre-Fabrication) และเลือกวัสดุก่อสร้างแบบสำเร็จมาใช้ให้มากขึ้น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่จะเพิ่มขึ้น

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง