Display mode (Doesn't show in master page preview)

8 กรกฎาคม 2548

เศรษฐกิจต่างประเทศ

วินาศกรรมลอนดอน : ผลกระทบท่องเที่ยว-การค้า-ลงทุนไทย

เหตุการณ์วินาศกรรมกลางกรุงลอนดอนในตอนเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2548 ในช่วงระหว่างที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ หรือ G-8 ที่สก็อตแลนด์ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าเหตุการณ์วินาศกรรมอังกฤษมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยใน 4 ประเด็น ได้แก่ การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และตลาดเงิน-ตลาดหุ้นไทย สรุปได้ดังนี้

1. ผลกระทบท่องเที่ยวไทย - นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยในกลุ่ม EU มีแนวโน้มที่จะชะลอการเดินทางมาเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าเหตุการณ์วินาศกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษครั้งนี้ จะกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ มีมาตร-การป้องกันภัยก่อการร้ายเข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี ดังนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในปีนี้ ไม่น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 13 ล้านคน แต่อาจจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใกล้เคียงกับปีที่แล้วประมาณ 11 ล้านคน

ทางด้านนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปอังกฤษในช่วงนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มชะลอลงชั่วคราว เพราะสถานการณ์ภายในอังกฤษยังคงสับสนและนักท่องเที่ยวต่างชาติคงจะไม่ได้รับความสะดวกในด้านการคมนาคมและการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงลอนดอน

2. ผลกระทบการค้าไทย - อังกฤษ การที่อังกฤษถูกลอบวางระเบิดในครั้งนี้ ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับอังกฤษในระยะสั้น เนื่องจากคำสั่งซื้อสินค้าไทยของอังกฤษส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ส่งผลบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและผู้บริโภคอังกฤษให้ต้องยืดเยื้อออกไป ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอังกฤษโดยรวม และอาจมีผลต่อภาวะการค้าระหว่างไทยกับอังกฤษในระยะต่อไป

3. ผลกระทบลงทุนไทย ทางด้านการลงทุนของอังกฤษในประเทศไทย คาดว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนักในช่วงนี้ เนื่องจากโครงการลงทุนต่างๆ ของอังกฤษเป็นการลงทุนระยะยาวและได้วางแผนการลงทุนไว้ล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการลงทุนใหม่ๆ ของอังกฤษที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในระยะต่อไป นักลงทุนอังกฤษอาจจะต้องพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อยทางการเมืองในระดับหนึ่ง คาดว่าประเทศไทยยังคงเป็นทำเลที่น่าลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับชาวอังกฤษ สำหรับนักธุรกิจไทยที่เข้าไปประกอบกิจการในอังกฤษ เช่น กิจการร้านอาหารไทย ธุรกิจสปา ธุรกิจบริการนวดแผนไทย ฯลฯ คาดว่าจะได้รับผลกระทบบ้างในช่วงแรก

4. ผลกระทบตลาดเงิน-ตลาดหุ้นไทย เหตุการณ์วินาศกรรมในอังกฤษส่งผลให้เงินปอนด์มีค่าอ่อนตัวลงทันทีเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเงินปอนด์มีค่าแตะระดับ 1.74 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ปอนด์ในวันที่ 8 กรกฎาคม เทียบกับอัตราเฉลี่ย 1.79 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ปอนด์ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม สำหรับเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ของอังกฤษในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ มีค่ากระเตื้องขึ้นเล็กน้อยอยู่ในระดับเฉลี่ยราว 73.30 บาท/ปอนด์ เทียบกับอัตราเฉลี่ย 74-75 บาท/ปอนด์ในเดือนมิถุนายน 2548 การที่เงินปอนด์มีค่าอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลให้เงินบาทของไทยเมื่อเทียบกับเงินปอนด์ของอังกฤษทรงตัวอยู่ในระดับ 73 บาท/ปอนด์ในระยะต่อไป

ทางด้านตลาดหุ้นไทย สถานการณ์การค้าหุ้นของไทยค่อนข้างเปราะบาง อันเป็นผลจากปัจจัยภายในประเทศและราคาน้ำมันเป็นหลัก รวมทั้งได้รับผลกระทบบางส่วนจากการที่ตลาดหุ้นลอนดอนดำดิ่งลง 71.3 จุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 ดัชนีราคาหุ้นของไทยปิดตลาดลดลง 21.6 จุด เหลือ 638.31 จุดในวันเดียวกัน นับเป็นดัชนีราคาหุ้นต่ำสุดในรอบ 8 เดือน อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์ปั่นป่วนในตลาดค้าหุ้นลอนดอนน่าจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น จึงมิใช่ปัจจัยหลักที่จะส่งผลเสียต่อตลาดหุ้นของไทย ทิศทางของตลาดหุ้นไทยขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจของไทย ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันเป็นสำคัญ

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


เศรษฐกิจต่างประเทศ