Display mode (Doesn't show in master page preview)

24 กรกฎาคม 2563

เศรษฐกิจต่างประเทศ

คาดเฟดยังคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.0-0.25% ในการประชุม 28-29 ก.ค. นี้… โดยในปัจจุบัน น่าจะยังไม่มีความจำเป็นในการใช้นโยบายอื่นๆ เพิ่มเติม (มองเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3878)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.0-0.25% สำหรับการประชุมนโยบายการเงินที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 กรกฎาคมนี้ โดยมองว่ามาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วน่าจะเพียงพอที่จะรองรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มอ่อนแรงและน่าจะใช้ระยะเวลายาวนานในการฟื้นตัว

อย่างไรก็ดี หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรุดตัวลงไปมากกว่าและยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ เฟดก็ยังพอมีทางเลือกในการทำนโยบายเพิ่มเติม โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจะใช้นโยบายการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) ขณะที่เฟดน่าจะหลีกเลี่ยงการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ หากยังไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้ นโยบาย yield curve control จะช่วยให้เฟดสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปในระยะข้างหน้า โดยเฟดไม่จำเป็นต้องเพิ่มการเข้าซื้อสินทรัพย์มากเกินควร อันจะส่งผลต่อความยั่งยืนทางการคลัง เนื่องจากการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอีกนัยหนึ่งหมายถึงการที่รัฐบาลก่อหนี้มากขึ้นผ่านการออกพันธบัตร อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลในปัจจุบันก็ยังอยู่ในระดับต่ำทั้งพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้ง เฟดได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้ จึงส่งผลให้ยังไม่มีความจำเป็นในการใช้นโยบาย yield curve control เพื่อควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนในปัจจุบัน นอกจากนี้ การนำนโยบาย yield curve control มาใช้อาจก่อให้เกิดผลเสีย เช่น จะทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะขัดแย้งกับสิ่งที่เฟดต้องการจะส่งสัญญาณ อีกทั้ง อาจจะก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคาในตลาดพันธบัตร ขณะที่ประสิทธิผลของนโยบาย yield curve control ก็ยังไม่เห็นผลแน่ชัดในประเทศที่มีการนำนโยบายนี้มาใช้อย่างเช่นญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ดังนั้น เฟดคงต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนนำนโยบายนี้ออกมาใช้

โดยสรุป แม้ว่าเฟดจะยังมีทางเลือกในการดำเนินนโยบายการเงินเพิ่มเติม แต่ประสิทธิผลของนโยบายการเงินจะลดลงเรื่อยๆ จึงอาจจะทำให้ต้นทุนส่วนเพิ่มสูงกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ ดังนั้น เฟดคงต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน โดยปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่ยังไม่ดีขึ้นเป็นหลัก ทำให้การออกนโยบายการเงินเพิ่มเติมอาจเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดเท่าใดนัก และอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นภาคเศรษฐกิจจริงเท่าที่ควร

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ


เศรษฐกิจต่างประเทศ