ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยน่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งที่ 6 ของปี 2562 ในวันที่ 25 กันยายน 2562 ทั้งนี้ เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2562 ไม่ได้ปรับแย่ลงจากไตรมาส 2/2562 คงช่วยให้คณะกรรมการนโยบายสามารถที่จะรอประเมินการส่งผ่านผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบการประชุมที่ผ่านมาและผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอีกระยะ ขณะที่แรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป ต่อการตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของไทยคงมีจำกัด อีกทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีเครื่องมือเพียงพอในการดูแลค่าเงินบาท ทำให้น้ำหนักในการตัดสินในเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินคงขึ้นอยู่กับน้ำหนักจากปัจจัยภายในประเทศ มากกว่าปัจจัยภายนอกประเทศ
มองไปข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงจะประเมินทิศทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยคำนึงถึงปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและพัฒนาการปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ คงต้องติดตามการเปิดเผยมุมมองการเติบโตเศรษฐกิจไทยของธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากมุมมองดังกล่าวอาจจะเป็นภาพในการสะท้อนถึงความกังวลต่อภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ ในกรณีที่มุมมองการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 และ 2563 ขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ 3.5% อย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี กนง. คงจะนำเรื่องเสถียรภาพของระบบการเงินและประสิทธิผลของการส่งผ่านนโยบายการเงินมาประกอบการชั่งน้ำหนักเรื่องอัตราดอกเบี้ยด้วย นอกเหนือจากพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย คงได้แก่ การเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในเดือน ตุลาคม 2562 การเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป รวมทั้ง พัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หากปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากคาดการณ์ กนง. คงมีการทบทวนความเหมาะสมของการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดยประเด็นที่ติดตามที่อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น