ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจุบัน การให้บริการสินเชื่อดิจิทัลในประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีขนาดเล็ก เนื่องจากผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลไม่มีข้อมูลเครดิตลูกค้าที่เพียงพอต่อการประเมินความเสี่ยง ในระยะแรก การให้บริการสินเชื่อดิจิทัลจึงเป็นการให้บริการสินเชื่อทางเลือกสำหรับกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่เดิม โดยผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลมักทำการอนุมัติวงเงินที่มีขนาดเล็ก ระยะเวลากู้ยืมแบบสั้นเฉลี่ยประมาณ 1 – 3 เดือน และคิดอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเหมาะสำหรับลูกค้าปัจจุบันทั่วไปที่ต้องการเงินฉุกเฉินเพื่อการอุปโภคบริโภค หรือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อใช้หมุนเวียนภายในกิจการ ดังนั้น ตลาดสินเชื่อดิจิทัลในไทยจึงมีมูลค่าที่ไม่สูงมากนัก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในปี 2563 ตลาดสินเชื่อดิจิทัลในไทยทั้งระบบน่าจะมียอดคงค้างประมาณ 12,000 – 12,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 0.2 ของยอดคงค้างสินเชื่อรายย่อยทั้งหมด ขณะที่สัญญาณหนี้ด้อยคุณภาพของสินเชื่อดิจิทัลยังไม่เป็นประเด็นชัดเจนมากนัก เนื่องจากยังอยู่ในระยะเริ่มต้น
ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาดสินเชื่อดิจิทัลในไทย เนื่องจากมีฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่ ประกอบกับพฤติกรรมของคนไทยที่มีความเชื่อมั่นต่อการใช้บริการสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์เป็นหลักและมีความคุ้นชินในการใช้แอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์มาในระยะหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ยังมีการจับคู่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ประกอบการธุรกิจบริการอื่นๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง E-Marketplace หรือ Online Food Delivery รายใหญ่ที่มีกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารรายย่อยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีได้เปรียบในการขยายฐานลูกค้าสินเชื่อดิจิทัลไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ
ในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สินเชื่อดิจิทัลในไทยน่าจะยังขยายตัวได้อีกมาก แต่ต้องอาศัยแรงผลักดันหลักสองประการ ได้แก่ การขยายขอบเขตการใช้ข้อมูลในการพิจารณาสินเชื่อไปสู่การใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มากขึ้น และการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของกลุ่มผู้ประกอบการในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน และกลุ่มผู้ประกอบการฟินเทค อย่างไรก็ดี การขยายตัวของสินเชื่อดิจิทัล ยังจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจด้วย โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า น่าจะเห็นโอกาสของตลาดสินเชื่อดิจิทัลที่ชัดเจนขึ้น หลังจากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจจากวิกฤติ COVID-19 รอบนี้
หมายเหตุ
รายงานวิจัยฉบับนี้จัดทำเพื่อเผยแพร่ทั่วไป โดยจัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ หรือความสมบูรณ์เพื่อใช้ในทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใด บริษัทฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ตลอดโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ผู้ใช้ข้อมูลต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลต่างๆ ด้วยวิจารณญาณตนเองและรับผิดชอบในความเสี่ยงเองทั้งสิ้น บริษัทฯ จะไม่รับผิดต่อผู้ใช้หรือบุคคลใดในความเสียหายใดจากการใช้ข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลในรายงานฉบับนี้จึงไม่ถือว่าเป็นการให้ความเห็น หรือคำแนะนำในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่อย่างใดทั้งสิ้น