Display mode (Doesn't show in master page preview)
  • Error loading navigation: TermSet not found

18 เมษายน 2562

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ทิศทางตลาดอาคารชุดปี 2562 ผู้ประกอบการให้ความระมัดระวัง คาดชะลอการเปิดโครงการ เหลือเพียง 61,000 – 64,000 หน่วย (กระแสทรรศน์ ฉบับที่ 2982)

​        ผู้ประกอบการพัฒนาตลาดอาคารชุดในปี 2562 นี้อาจต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน รวมไปถึงปัจจัยเฉพาะตัวของธุรกิจอาคารชุดเอง เช่น ความต้องการซื้อที่ถูกดูดซับไปมากแล้ว รวมไปถึงโครงการค้างขายที่มีเหลือในหลายระดับราคา ความไม่สมดุลกันระหว่างความสามารถในการซื้อและราคาขาย ประกอบกับกฎระเบียบและกฎหมายต่างๆที่กำลังมีผลบังคับใช้ ทำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการปรับแผนธุรกิจมากยิ่งขึ้น

   ในส่วนความต้องการอาคารชุดเพื่ออยู่อาศัยยังคงอาจมีอยู่ โดยสะท้อนจากผลสำรวจความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลโดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่สนใจจะซื้อที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดในปี 2562-2563 กว่าร้อยละ 77 มีวัตถุประสงค์ในการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก ประกอบกับการที่ผู้ประกอบการเร่งทำโปรโมชั่นทางการตลาด ทำให้อาจถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคที่กำลังมีโครงการซื้ออาคารชุด เนื่องจากมีโครงการทั้งใหม่และเก่าให้เลือกในหลายระดับราคา อย่างไรก็ตามเนื่องจากการซื้อที่อยู่อาศัยจัดว่าเป็นหนี้สินระยะยาว ดังนั้นผู้บริโภคควรที่จะตระหนักถึงความสามารถในการผ่อนชำระของตนในระยะยาว รวมไปถึงค่าใช้จ่ายปลีกย่อยที่อาจเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อความสามารถในการผ่อนชำระของตนด้วย

       ขณะที่กลุ่มผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น จากปัจจัยกดดันต่างๆอาทิ เงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงขึ้นโดยเป็นผลจากนโยบายกำกับดูแลสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (LTV) ผลกำไรจากการให้เช่าอาจไม่ได้สูงเหมือนในอดีต จากการแข่งขันที่มากขึ้นในธุรกิจให้เช่าอาคารชุดเนื่องจากผู้เช่ามีตัวเลือกและอำนาจการต่อรองที่สูง รวมไปถึง Capital gain ที่สูงแค่เพียงในบาง segment และระยะเวลาในการขายต่อที่อาจต้องใช้เพิ่มมากขึ้น ทำให้อาจเกิดค่าเสียโอกาสได้หากผลตอบแทนที่ได้ไม่เป็นตามที่คาดหวัง

  จากสถานการณ์ดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า จำนวนอาคารชุดเปิดขายทั้งปี 2562 จะอยู่ที่ประมาณ 61,000 – 64,000 ยูนิต หรือ หดตัวลงประมาณร้อยละ 12 - 16 จากปี 2561 โดยเป็นการกลับมาชะลอตัวอีกครั้งหลังจากขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560

​​

ดูรายละเอียดฉบับเต็ม


เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

หรือ

กรอกรหัสจากการทำแบบสำรวจ